Untitled 132424 - Boulevard of Broken Dreams ของ Green Day

Boulevard of Broken Dreams

เป็นเพลงเกี่ยวกับความเหงา มันถูกตีความไปในหลายๆ แง่มุม รวมทั้งในระดับมหภาคเพื่อชี้ให้เห็นถึงแนวคิดที่ยิ่งใหญ่ของการสูญเสียความฝันแบบอเมริกัน  แต่ผู้เขียนหลักของหนังสือ บิลลี โจ อาร์มสตรอง เขียนในช่วงเวลาที่เขา “รู้สึกโดดเดี่ยว” และในนิวยอร์กซิตี้ และเขาตัดสินใจที่จะรวมไว้ใน American Idiot ซึ่งเป็นอัลบั้มแนวคิด Green Day เพราะเขารู้สึกว่ามันสอดคล้องกับธีมโดยรวมของโครงการเกี่ยวกับการหลบหนีและความขัดแย้งภายใน  หรือพูดอีกนัยหนึ่ง โดยที่ในใจเราสามารถสันนิษฐานได้ว่าผู้บรรยายได้เลือกเส้นทางของตัวเองซึ่งส่งผลให้เขา “เดินคนเดียว” และกล่าวว่าการเดินทางจะเป็นผลมาจากการที่เขาพยายามหนีจากบางสิ่งบางอย่าง ซึ่งโดยทั่วไปแล้วเราสามารถจัดว่าเป็นชีวิตที่ไม่น่าพอใจได้ ในการไล่ตาม “ความฝัน” ของเขา

แต่ระหว่างทางกลับ “แตกสลาย” ยิ่งกว่าเดิม เนื่องจากไม่ได้ผ่านไปในลักษณะที่กดดันเขาจริงๆ เขายังพบว่าตนเองกำลังทุกข์ทรมานจากความเหงาที่บาดใจ และมันเป็นลักษณะหลังที่พาดพิงถึงตัวละครตัวนี้ ในคำพูดของอาร์มสตรอง “ต่อสู้กับปีศาจภายในของเขาเอง”

หรือกล่าวเป็นอย่างอื่น ความเหงากล่าวว่าอย่างน้อยก็ส่วนหนึ่งเนื่องมาจากข้อบกพร่องทางบุคลิกภาพในนามของเขา และบางทีเราอาจจะยอมเสียเปรียบโดยอ้างว่าข้อบกพร่องดังกล่าว เช่น จากการขับร้องนั้น คล้ายกับความขี้ขลาด โดยเฉพาะอย่างยิ่งในเรื่องที่เกี่ยวข้องกับการเข้าสังคม และลักษณะดังกล่าวสามารถพัฒนาได้จริงในคนที่พบว่าตัวเองอยู่ในสภาพแวดล้อมที่ต่างไปจากเดิมอย่างสิ้นเชิง เช่นเดียวกับที่มีหัวข้อในเพลงนี้ นั่นคือเรื่อง Jesus of Suburbia

Boulevard of Broken Dreams ข้อเท็จจริง

ผู้เขียนหลักของเพลงนี้เป็นที่รู้จักในฐานะ Billie Joe Armstrong ซึ่งเป็นนักร้องนำของ Green Day และเพื่อนร่วมวงของเขา Mike Dirnt และ Tré Cool ก็มีส่วนในการแต่งเพลงด้วยเช่นกัน  นอกจากนี้ ทั้งสามคนยังได้ผลิตแทร็ก แม้ว่าจะอยู่ภายใต้ชื่อเล่น Green Day และในเรื่องนั้นพวกเขาทำงานร่วมกับ Rob Cavallo ผู้ร่วมงานประจำ  ชื่อของเพลงนี้ได้รับแรงบันดาลใจทางอ้อมจากภาพวาดที่มีชื่อเสียงในชื่อเดียวกันของศิลปินชาวยุโรปชื่อ Gottfried Helnwein และเหตุผลที่เราพูดโดยอ้อมก็เพราะว่า Billie Joe Armstrong ได้ชื่อมาจากภาพวาดของ Helnwein อยู่ดี อย่างไรก็ตาม มีป้ายชื่อผิดว่า “ถนนแห่งความฝันที่แตกสลาย”  ภาพวาดของเฮลน์ไวน์ที่มีชื่ออย่างเป็นทางการว่า “ถนนสายหนึ่งแห่งความฝันที่แตกสลาย” แสดงให้เห็นเจมส์ ดีน (1931-1955) เคียงข้างฮัมฟรีย์ โบการ์ต (1899-1957), มาริลีน มอนโร (1926-1962) และเอลวิส เพรสลีย์ (1935-1977) และถูกวาดในปี 1984 แต่ชื่อที่ติดฉลากผิดคืออาร์มสตรองได้ชื่อมาจากจุดเด่นของคณบดีเพียงอย่างเดียวและเห็นได้ชัดว่าเป็นแบบจำลองของภาพถ่ายเก่าของนักแสดงย้อนหลังไปถึงปีพ. ศ. 2491  กล่าวอีกนัยหนึ่ง มีคนวาดภาพเดี่ยวของ James Dean ของ Helnwein และตบ “Boulevard of Broken Dream s” ที่ด้านบน แม้ว่าจะไม่ใช่ชื่อจริงก็ตาม อย่างไรก็ตาม เห็นได้ชัดว่าอาร์มสตรองคิดว่ามันเป็นอย่างนั้น

Untitled 132424 - Boulevard of Broken Dreams ของ Green Day
Boulevard of Broken Dreams

ความสำเร็จของ “บูเลอวาร์ด ออฟ ดรีมส์”

ปรากฏอยู่ในรายชื่อ Billboard อีกเจ็ดรายการแม้ว่าจะมีการเพิ่มหกรายการ และเพลงดังกล่าวยังอยู่ในอันดับสูงสุดของ UK Rock and Metal Chart และชาร์ตเพลงในสาธารณรัฐเช็กและแคนาดา และโดยรวมแล้วมีแผนภูมิในประมาณ 20 ประเทศ บรรลุสถานะแพลตตินัมในออสเตรเลียและแคนาดา  เพลงนี้ยังเป็นเพียงครั้งเดียวที่ Green Day ได้รับรางวัล Record of the Year Grammy Award ในช่วงรุ่งเรือง และกล่าวว่าได้รับรางวัลในปี 2549  ในปี 2009 ผู้อ่าน Rolling Stone ได้จัดอันดับ “Boulevard of Broken Dream s” ให้เป็น ‘ซิงเกิลแห่งทศวรรษ’ เท่าที่เกี่ยวข้อง  มิวสิกวิดีโอของแทร็กนี้ซึ่งรวบรวมโดยผู้กำกับซามูเอล ไบเออร์ ก็พิสูจน์ให้เห็นถึงความสำเร็จในตัวเองเช่นกัน โดยเฉพาะอย่างยิ่งในส่วนที่เกี่ยวข้องกับ MTV กล่าวคือสามารถคว้า MTV VMAs ได้ถึง 6 ตัวในปี 2548 ยิ่งไปกว่านั้น ยังได้รับการเสนอชื่อให้เป็นวิดีโอแห่งปีอีกด้วย อย่างไรก็ตาม ก็ยังได้รับชัยชนะในด้าน “ดีที่สุด” ต่อไปนี้

ภาพยนตร์

ทิศทาง

กำลังแก้ไข

วิดีโอกลุ่ม

วิดีโอร็อค กล่าวอีกนัยหนึ่งคือได้รับรางวัลในทุกหมวดที่ได้รับการเสนอชื่อเข้าชิง  ในระหว่างพิธีเอ็มทีวีดังกล่าว กรีน เดย์ ได้ดึงรถรุ่นเดียวกัน ซึ่งเป็นเมอร์คิวรี มอนเทอเรย์ปี 1968 ที่ได้รับการดัดแปลง ซึ่งแสดงอยู่ในมิวสิกวิดีโอ และพวกเขายังใช้รถคันนี้ในวิดีโอสำหรับ “Holiday” ซึ่งเป็นซิงเกิ้ลที่วงดนตรีวางไว้หลัง “Boulevard of Broken Dream s”

หวังว่าเพื่อนๆคงชอบกันนะคะ สำหรับศิลปินชายกลุ่มนี้ อย่าลืมไปติดตามผลงานเพลงของพวกเขากันนะคะ ครั้งหน้าแอดมินจะมาแนะนำเพลงอะไรติดตามกันดูนะคะ ลาไปก่อนสวัสดีค่าา..

สามารถอ่านเพิ่มเติมได้ที่ Hit That

o o o o o o o o o o o o o o o o o

เครดิต parcsdelagdal.com

o o o o o o o o o o o o o o o o o o o o o o o o o o o o o